adsense

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เทคนิคเพื่อการไดร์ผมให้สวยอยู่ทรงนาน



         1. เป่าผมให้แห้งด้วยลมเย็น พร้อมใช้มือช่วยจัดแต่งทรงว่าจะแสกกลาง แสกข้าง จะขยำให้เป็นลอน หรือสางให้เส้นผมตรงสลวย

         2. เวลาไดร์ถ้าอยากให้ผมช่วงไหนเรียบแบน ก็ไดร์ตามแนวเส้นผมร่วมกับมือและหวี แต่ถ้าต้องการให้เส้นผมดูมีวอลลุ่มก็ไดร์ย้อนแนวยกโคนผมขึ้น

         3. ใช้แปรงกลมไดร์ยกผมเพื่อให้เส้นผมพอง และม้วนปลายผมให้เป็นลอน ถ้าอยากให้ผมเรียบตรงเปลี่ยนมาใช้แปรงแบบเป่าย้ำพร้อมดึงที่ปลายผมจนเรียบตรงตามความต้องการ

         4. เทคนิคที่ทำให้พร้อมดูพองพลิ้วเป็นลอนยิ่งขึ้นคือ เมื่อไดร์ผมแต่ละช่อเสร็จแล้วให้ดึงเส้นผมจนตึงและค้างแปรงทิ้งไว้ รอจนเส้นผมคลายความร้อนสักครู่ แล้วค่อย ๆ ดึงแปรงผมเพื่อเปลี่ยนไปไดร์ช่ออื่น

         5. ขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดแต่งทรงผมด้านหน้า ถ้าคุณไว้ผมม้าให้ใช้แปรงไดร์ยกโคนผมไปด้านหลังก่อน จากนั้นดึงกลับมาแล้วไดร์ให้ผมลู่ลงปิดหน้าผากด้วยแปรงกลม

         6. หลังไดร์ด้วยลมร้อนเรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนเป็นลมเย็นแรง ๆ เป่าผมพร้อมให้มือขยี้โคนทั่วศีรษะเพื่อให้ผมดูสลวยเป็นธรรมชาติ

         7. สำหรับสาวผมเส้นใหญ่ หนา และค่อนข้างหยิก ลูบไล้ด้วยเซรั่มลดความกระด้าง และช่วยให้ผมเรียบตรงยิ่งขึ้นก่อนหรือหลังไดร์ สาวผมเส้นเล็กบางฉีดทับด้วยสเปรย์เพิ่มความพองหนาให้เส้นผม ฉีดที่มือแล้วลูบไล้เส้นผมหลังไดร์เสร็จแล้ว
















ที่มา ... คู่หูเดินทาง

ไดร์ผมตรงอย่างมืออาชีพ



     ผมตรงจะสวยได้นั้น เส้นผมต้องได้รับการดูแลอย่างดีเสียก่อน เพราะผมตรงจะสังเกตเห็นข้อบกพร่องของเส้นผมได้ค่อนข้างชัด ส่วนขั้นตอนการเซ็ตผมก็สำคัญไม่น้อย มาดูวิธีการเซ็ตอย่างมืออาชีพกันดีกว่าค่ะ
    1. หลังสระผมแล้ว... เช็ดผมให้แห้ง แล้วใช้มูส หรือ Thickening Cream ลูบให้ทั่ว เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับเส้นผม

    2. สางผม ... ใช้หวีซี่ห่างๆ สางผมให้ทั่ว จะช่วยครีมที่ช่วยเพิ่มความพองตัวให้ทั่ว ตั้งแต่รากจรดปลายผม

    3. แบ่งผม ... แบ่งผมออกเป็น 5 ส่วนเท่าๆ กัน รวบผมขึ้นมาติดกิ๊บไว้แล้วไดร์ทีละส่วน

    4. แปรงแล้วเป่า ... แกะช่อผมออกมา แล้วสอดแปรงกลมขนาดใหญ่ลงใต้ผมส่วนนั้น ค่อยๆ ลากแปรงจากลงมาตรงๆ จากโคนถึงปลายอย่างใจเย็น โดยใช้ความร้อน และลมปานกลาง ถ้าลมแรงหรือร้อนเกินไป จะทำให้ผมแห้งฟู ไม่เรียบตรงอย่างที่ต้องการ จากนั้นจึงวางแปรงที่ด้านบน แล้วแปรงลงมา ในขณะที่เป่าให้แห้งจะช่วยเพิ่มความนุ่มสลวยให้กับเส้นผม ทำแบบเดียวกันกับเส้นผมช่ออื่นๆ จนครบ

    5. แต่งทรงให้เรียบสลวย ... ถ้าคุณเป็นคนผมหนา ให้บีบเจลหรือครีมแต่งผม ใส่ที่ฝ่ามือ แล้วลูบเบาๆ ที่เส้นผม จะช่วยกำราบผมตั้งชี้ได้ ส่วนคนผมเส้นเล็ก เซรุ่มแบบไม่มีน้ำมัน สามารถใช้ได้ดีแต่แวกซ์ หรือครีมใส่ผมที่มีความมันมากๆ จะทำให้เส้นผมลีบเยิ้ม และหมดสวยได้



        ด้วยขั้นตอนและเคล็ดลับง่ายๆ นี้ ก็ช่วยให้คุณมีผมสวยพลิ้วได้ทันใจ ด้วยตัวคุณเองค่ะ...










ที่มา ... สยามดารา

ใช้โรลม้วนผมไฟฟ้าอย่างไรให้สวย



      เทคนิคการม้วนผมไฟฟ้าให้สวยและได้ลอนที่เป็นธรรมชาติ
      - แบ่งผม การแบ่งผมคือขั้นตอนสำคัญในการม้วนผมให้ดูนุ่มสลวย วิธีการง่ายๆ คือแบ่งออกเป็นสามส่วน คือส่วนกลางศีรษะตั้งแต่บริเวณหน้าผากลงไป อีกสองส่วนคือด้านซ้ายและขวาของศีรษะ

      - ม้วนไปทางเดียวกัน คุณควรม้วนผมออกจากใบหน้าไปทางด้านหลังเสมอ ลอนผมจะได้โค้งงอไปในทิศทางเดียวกัน

      - ใช้สเปรย์ฉีดผม ไม่ต้องฉีดมากมายอะไรหรอก เอาแค่ให้ลอนผมอยู่ตัวก็พอ เพราะถ้าไม่ใช้ ลอนผมที่ม้วนเอาไว้ก็อาจคลายตัวออกเมื่อโดนเหงื่อหรือความชื้น

      - ใช้แปรงหน้าตัด แปรงกลมนั้นเหมาะกับการไดร์ผมมากกว่า แต่แปรงหน้าตัดนั้นจะช่วยให้ลอนผมจากการม้วนนี้ดูนุ่มสลวยน่าสัมผัสมากขึ้น

      - ใช้นิ้วนำทาง ก่อนที่คุณจะเริ่มแปรงผม ก็ควรใช้นิ้วแยกลอนผมออกจากกันก่อน วิธีนี้จะช่วยไม่ให้รูปทรงของลอนผมเปลี่ยนไปมากนักหลังจากใช้แปรง

อุปกรณ์แต่งหน้าก็จำเป็นไม่แพ้สีสัน



      อุปกรณ์แต่งหน้าที่สาวๆ ควรมีไว้นั้นไล่เรียงกันไปตั้งแต่กระจก หวี แปรงปัดขนตา กรรไกรจัดแต่งเรียวคิ้ว ไปจนถึงแปรงแต่งหน้า แต่ลองสังเกตดูมั้ยคะว่า อุปกรณ์ส่วนใหญ่นั้นเรามักใช้ภายนอกคือไม่ต้องมาสัมผัสโดยตรงกับผิวหน้าของเรา จะมีก็แต่บรรดาแปรงสารพัดรูปแบบที่เลือกใช้กันจนบางครั้งก็สงสัยว่าเราจะต้องมีแปรงเยอะแยะขนาดนั้นไปทำไมกัน? ถ้าอย่างนั้นลองมาตอบคำถามสามข้อนี้กันดีกว่า
      ข้อแรก) คุณเป็นคนที่ต้องแต่งหน้าทุกวันใช่หรือไม่?       ข้อสอง) คุณนิยมเมกอัพของแบรนด์ชั้นนำใช่หรือไม่?       ข้อสาม) คุณไม่ต้องการใช้แปรงแต่งหน้าปะปนกับผู้อื่นใช่หรือไม่?
       หากคำตอบของสาวๆ คือ "ใช่" แม้ว่าจะไม่ทุกข้อก็ตามแต่เชื่อเถอะคะว่า ผู้หญิงเราควรมีแปรงแต่งหน้าเป็นของส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อมองถึงเรื่องความสะอาดแล้วยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม แต่สำหรับใครที่กลัวว่าหากซื้อมาจริงๆ แล้วจะไม่ค่อยได้ใช้ ก็อาจลองมองหาชุดแปรงขนาดเล็ก ที่พร้อมซองใส่ที่น่ารัก และเหมาะสำหรับพกพาดู เพื่อจะได้พกติดกระเป๋าไว้ได้ตลอดและหากต้องการหยิบใช้งานก็จะได้ไม่ยุ่งยาก หรือเลือกเฉพาะแปรงบางประเภทสำหรับทารองพื้น (หากไม่ชอบใช้ฟองน้ำหรือนิ้วเกลี่ย) แปรงสำหรับไล้แป้งฝุ่นบนผิวหน้า แปรงสำหรับบลัชออนที่มีขนาดพอดีกับพวงแก้มของเรา และแปรงทาลิปสติกโดยเฉพาะสาวที่ชอบการแต่งเรียวปากด้วยโทนสีสดก็ยังได้

     3 ขั้นตอนเพื่อแปรงที่ถูกใจ      1. เลือกซื้อที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางเป็นดีที่สุด เพราะไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นของเลียนแบบ โดยอาจลองดูช่วงที่มีโปรโมชั่นหรือช่วงใกล้เทศกาลสำคัญ เนื่องจากบรรดาแบรนด์ชั้นนำมักจะจัดชุดในแพ็กเกจจิ้งเก๋ไก๋มาในราคาพิเศษๆ

      2. อย่ามัวคิดเล็กคิดน้อยให้ปวดหัว ลองคิดดูว่าหากเป็นของที่เราได้ใช้ทุกวัน โดยของที่ทีคุณภาพย่อมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานหลายปี และเลือกเฉพาะชิ้นที่จำเป็น แค่นี้ก็คุ้มสุดๆแล้ว

      3. มีแปรงที่ดีแล้ว ก็จำเป็นต้องดูแลเรื่องความสะอาดด้วย อย่าลืมสอบถามถึงน้ำยาทำความสะอาดแปรงจากร้านที่คุณซื้อ หรือจะใช้น้ำสบู่อ่อนๆ สำหรับทำความสะอาดก็ได้ ที่สำคัญควรทำความสะอาดแปรงสุดหรูของคุณสัปดาห์ละครั้งหรือสองสัปดาห์ครั้ง และเมื่อสะอาดเอี่ยมแล้วควรใช้ผ้าหรือกระดาษซับให้หมาดๆ จากนั้นก็วางแปรงในแนวนอนในที่ที่อากาศโปร่งหรือเป่าด้วยลมเย็น และอย่าตั้งแปรงแบบชุ่มน้ำในแนวตั้งเป็นอันขาด เพราะแปรงอาจเสียทรง ปลายแปรงติดกันเป็นแพและโคนแปรงอาจเสื่อมคุณภาพได้ง่ายค่ะ















ที่มา....Chicministry.com

ศิลปะ บนผืนผ้าชุด กี่เพ้า



      นอกจากชุดเข้ารูป เผยให้เห็นความเป็นหญิงแล้ว ลวดลายที่แฝงความหมายเฉพาะ และต้องใช้ฝีมือปักเย็บที่ละเอียดแม่นยำ ทำให้ชุดกี่เพ้าไม่ต่างจากผลงานศิลปะบนผืนผ้า
     ปกปิดแต่เปิดเผย คือเอกลักษณ์ของชุดกี่เพ้าที่ดูเรียบร้อยจากชายกระโปรงยาวเกือบถึงพื้น หากแฝงสเน่ห์ของความเป็นหญิงในขณะเดียวกัน จนขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งชุดแต่งกายประจำชาติที่น่าจดจำมากที่สุด เพราะเป็นชุดที่เน้นทรวดทรงของผู้สวมใส่ ทั้งหน้าอก เอว สะโพก รวมถึงเรียวขา ชุดกี่เพ้าจึงบ่งบอกค่านิยมการเอาใจใส่ดูแลรูปร่างของสตรีชาวจีน เช่นเดียวกับประเพณีการรัดเท้า

      นอกจากจะต้องวัดขนาดตัวอย่างละเอียดแล้วนะคะ ความยากอีกหนึ่งอย่างของการตัดชุดกี่เพ้าก็คือการเย็บลวดลายที่ต้องละเอียดมากๆ เข็มที่ใช้ถ้าเป็นเข็มจักรก็ต้องเป็นเบอร์ 9 ซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดค่ะ ช่างตัดกี่เพ้าจึงต้องเป็นคนที่มีฝีมือมากจริงๆ จนมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยนะคะว่าสตรีชั้นสูงของจีนแทบทุกคนจะต้องมีช่างตัดกี่เพ้าประจำตัว แล้วก็จะหวงช่างของตัวเองมากจนถึงกับห้ามไปตัดชุดให้คนอื่นเลยล่ะค่ะ

      แต่ละลวดลายบนกี่เพ้ายังสะท้อนคติความเชื่อของชาวจีน ที่คัดเลือกเฉพาะลายมงคลมาตัดเย็บไว้บนกี่เพ้า เช่นลายดอกโบตั๋นที่หมายถึงโชคลาภ ความยุติธรรม ขณะที่ดอกเหมยหรือราชินีดอกไม้แห่งฤดูหนาว สื่อถึงอายุที่ยืนยาว มีเพียงบางลายที่สงวนไว้เฉพาะราชสำนักเท่านั้น เช่นลายมังกร 5 นิ้ว เครื่องหมายของรัชทายาท และมังกร 9 นิ้ว สื่อถึงจักรพรรดิและจักรพรรดินี
       ปัจจุบันนี้มีจำนวนช่างตัดกี่เพ้าไม่มากนัก เนื่องจากเป็นชุดที่ใส่เฉพาะงานแต่งงานหรือในพิธีการ โดยช่างฝีมือดีในเมืองจีนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เท่านั้น และส่วนมากเป็นผู้ชาย เนื่องจากการปักเย็บลวดลายบนชุดกี่เพ้าเป็นงานที่ใช้สายตาเป็นเวลานาน และต้องมีความแม่นยำสูง















ที่มา...ThaiPBS

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แต่งหน้าใส ดวงตากลมโต



       สาว ๆ สมัยนี้คงจะไม่มีใครพลาดการแต่งหน้าเทรนด์เกาหลีกันแน่ ๆ แต่ก็มีสาว ๆ อีกหลายคนที่เบลนด์ระหว่างเทรนด์เกาหลีกับเทรนด์ฝรั่งเข้าไว้ด้วยกันและทำได้อย่างลงตัวเสียด้วย เพียงแค่ใช้วิธีการแต่งหน้าได้อย่างถูกต้องโดยเฉพาะการเน้นไปที่ดวงตาเป็นพิเศษ ก็จะทำให้คุณสาว ๆ ดูสวยใส แต่ก็แฝงไว้ด้วยความโฉบเฉี่ยวดั่งสาวสไตล์อังกฤษเลยทีเดียว
      มาเริ่มที่จุดดึงดูดแรกก็คือดวงตานั่นเอง เริ่มจากการเขียนขอบตาด้านใน เขียนทั้งบนและล่าง ใช้ดินสอเขียนขอบตาที่ไส้ไม่แข็งจนเกินไป จะทำให้ดวงตาโตและคมขึ้น สำหรับผู้ที่ตาโตอยู่แล้ววาดเบา ๆ ก็พอค่ะ ส่วนมาสคาร่าควรเป็นมาสคาร่าที่ใช้ต่อขนตายาว และมีสูตร แมกเนติก ไฟเบอร์ ที่ช่วยทำให้เนื้อมาสคาร่าเคลือบขนตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อขนตายาวได้ถึงขีดสุดเส้นต่อเส้น ควรปัดขนตาซ้ำกัน 2-3 ครั้ง เพื่อให้ขนตาดูหนาขึ้น สำหรับอายแชโดว์ ให้ใช้อายแชโดว์โทนสีขาวมุก สีชมพู หรือสีม่วง เพราะจะขับเน้นดวงตาคู่สวยให้ดูโดดเด่นขึ้น และยังทำให้ดวงตาดูกลมโตอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย สาว ๆ ลองทำดูสิคะ

      ส่วนเคล็ดลับหน้าใสนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย โดยเริ่มจากรองพื้นที่มีสูตรเพื่อผิวดูกระจ่างใส หรือมีส่วนผสมของ บีบี ครีม ก็ได้ และต้องใช้อย่างถูกวิธีด้วย โดยเริ่มจากการบีบครีมรองพื้น 2-3 หยดลงบนปลายนิ้ว แล้วใช้มือหรือแปรงชนิดแบนสำหรับทารองพื้นแตะเนื้อครีมเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าอย่างเบามือ เริ่มจากบริเวณแก้มไล่ไปถึงบริเวณไรผม เกลี่ยรองพื้นจากบริเวณกึ่งกลางหน้าผากออกไปด้านข้าง ปัดแปรงหรือใช้มือเกลี่ยเนื้อครีมจากสันจมูกออกไปด้านซ้ายและขวาทีละด้าน โดยเน้นบริเวณร่องปีกจมูกให้เนียนเป็นพิเศษ เกลี่ยบริเวณคางโดยเริ่มจากกึ่งกลางผ่านบริเวณกรามไล่ไปจนถึงใต้ใบหู ใช้ปลายนิ้วแตะทั่วใบหน้าเบา ๆ เพื่อให้รองพื้นติดแน่นกับผิวและดูบางเบาเป็นธรรมชาติ และถ้าอยากให้ใบหน้าดูเนียนใสกว่าเดิม ควรเลือกสีรองพื้นที่ใกล้เคียงกับลำคอที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ใบหน้าของเราดูหลอกเกินไปค่ะ เสร็จแล้วก็ตามด้วย เพรสด์ พาวเดอร์ หรือแป้งฝุ่น วิธีการที่ดีที่สุดในการทาแป้งก็คือ เมื่อสังเกตว่าใบหน้าของคุณเริ่มมีความมัน สามารถใช้แป้งกดซับความมันหลังจากใช้ทิชชูหรือกระดาษซับมันซับความมันแล้ว ข้อสำคัญคืออย่าทาแป้งมากเกินไปในแต่ละครั้ง เพราะจะทำให้แป้งแลดูหนาและไม่เป็นธรรมชาติ

      ดวงตาโดดเด่น หน้าใส ต้องแก้มสีระเรื่อดูสุขภาพดี คุณสาว ๆ ต้องเลือกสีบลัชออนให้เหมาะกับสีสันเมกอัพที่คุณแต่งเสียก่อน โดยเฉพาะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกับสีลิปสติก การทาลิปสติกให้ติดทนนานก็เป็นเรื่องง่าย ๆ เช่นกันค่ะ เตรียมริมฝีปากให้พร้อมด้วยลิปแคร์ หรือลิปบาล์ม จากนั้นลงรองพื้นสีเดียวกับผิวหน้า ลงแป้งฝุ่นสีเดียวกัน แล้วเลือกใช้ดินสอเขียนขอบปากที่มีสีเข้มกว่าสีลิปสติก วาดขอบปากให้ได้รูป ทาลิปสติกเฉดสีที่ใช้ตามได้เลยค่ะ หากต้องการความเนียนเรียบควรจะเกลี่ยด้วยพู่กัน จากนั้นใช้ทิชชูเนื้อเรียบกดทับ ใช้นิ้วกรีดเบา ๆ เท่านั้น ถ้าอยากให้เป็นธรรมชาติก็ใช้ทิชชูเม้มเฉพาะช่วงกลางปากบนและล่าง แค่นี้ลิปสติกก็จะติดทนนานสมใจค่ะ

     เคล็ดลับที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ยุ่งยากเลยนะคะคุณสาว ๆ สามารถทำได้ในทุกวัน แม้ในช่วงเวลาเร่งด่วนก็ตามค่ะ














ที่มา...ขวัญเรือน

บุคลิกแบบคุณเหมาะกับความหอมแบบไหน



      ผู้หญิงแต่ละคนมักจะมีเสน่ห์ในตัวเองอยู่แล้ว เสน่ห์จะมาควบคู่กับบุคลิกของแต่ละคน และมีบุคลิกที่แตกต่างกัน และก็มีอีกหลาย ๆ คนที่มีหลายบุคลิกในตัวเองและแสดงออกมาตามสถานการณ์ที่ตนเองต้องการจะให้เป็น แต่ไม่ว่าคุณจะมีบุคลิกแบบไหนก็ตาม สิ่งที่คุณแสดงออกมาก็คือ เสน่ห์ตามธรรมชาติที่จะสร้างความจดจำและความประทับใจให้กับคนรอบข้างได้อย่างชัดเจน

       บุคลิกที่ผู้หญิงแสดงออกมานอกจากจะเห็นได้ชัดในด้านการกระทำแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่งที่ช่วยเสริมบุคลิกของผู้หญิงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น การแต่งกาย เสื้อผ้า เครื่องประดับ ทรงผม ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เป็นต้น และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่นอกจากจะช่วยเสริมบุคลิกของผู้หญิงแล้ว ยังช่วยสร้างเสน่ห์ให้กับผู้หญิงมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือน้ำหอมซึ่งอาจจะเป็นน้ำหอมที่มอบกลิ่นหอมสดชื่น บางเบา สามารถใช้ได้ในทุกวัน และพรมความหอมระหว่างวันก็ได้ อย่างน้ำหอมแบบบอดี้ สปริทซ์ ซึ่งเป็นโคโลญน้ำหอมกลิ่นอ่อน ๆ ที่คุณสาว ๆ ใช้ฉีดทั่วเรือนร่างได้หลังอาบน้ำ หรือเติมระหว่างวันก็ได้เพื่อเพิ่มความสดชื่นค่ะ

      บุคลิกหรือสไตล์ของผู้หญิงที่โดดเด่นและสร้างความจดจำได้ง่าย ๆ มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน
      สาวกลุ่มที่ 1 คือ สาวหวาน ซึ่งมักจะเป็นสาวอารมณ์ดี มีรอยยิ้มหวานอยู่เสมอ และยังเป็นคนมองโลกในแง่ดี สุภาพเรียบร้อย ช่างฝัน เป็นตัวแทนของโลกสีชมพูเลยก็ว่าได้ เทรนด์การแต่งกายของสาว ๆในกลุ่มนี้ คืออาจจะใส่เสื้อแขนกุดพอดีตัว กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสวย ๆ สักตัว กับรองเท้าส้นสูงก็พอแล้ว และเพิ่มความเด่นด้วยเครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ อย่างแหวน ตุ้มหู สร้อยข้อมือ น่ารัก ๆ ส่วนน้ำหอมที่เหมาะกับผู้หญิงหวาน ๆ แบบนี้คือน้ำหอมแนวกลิ่นฟรุ้ตตี้ กรีน ที่มีส่วนผสมของ จุยส์ซี่ คาสซิส และ ริช แมกโนเลียเป็นหลัก ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่เป็นตัวแทนของความหอมหวานโดยเฉพาะ

      สาวกลุ่มที่ 2 คือ สาวร่าเริง สนุกสนาน อันนี้ เป็นบุคลิกของผู้หญิงที่ค่อนข้างเป็นกันเอง เป็นมิตร และสดชื่นอยู่เสมอ เป็นสาวที่มองโลกสดใส ใครเห็นใครก็รักค่ะ สาว ๆ กลุ่มนี้จะนิยมแต่งกายที่เน้นสีสัน แฝงไปด้วยความกระฉับกระเฉง เสื้อผ้าเนื้อบางเบา ดูคล่องตัว และน้ำหอมที่ลงตัวกับสาวร่าเริง คือน้ำหอมแนวกลิ่นฟลอรัล ฟรุ้ตตี้ กรีน ที่ผสานระหว่างดอกไม้และผลไม้ที่มอบความสดชื่นอย่าง คลีน สปริง และ ฟรุ้ตตี้ แมงโก้ เป็นต้น

      สาวกลุ่มที่ 3 คือ สาวเท่ ทันสมัย แฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่ ซึ่งสาวประเภทนี้จะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง ดูนิ่ง ๆ แต่แฝงไว้ซึ่งความเท่ มีชีวิตชีวา และน่าค้นหา สไตล์ สาวเท่แบบนี้มักจะชอบแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ หรือถ้าจะให้ดูเซ็กซี่ ก็จะเป็นเสื้อผ้าซึ่งอาจจะเป็นกางเกง กระโปรง หรือชุดรัดรูป โทนสีเข้ม อย่างสีดำ สีเทา สีน้ำเงิน เป็นต้น และน้ำหอมที่เหมาะกับผู้หญิงเท่ ๆ ก็คือน้ำหอมแนวกลิ่นฟลอรัล ฟรุ้ตตี้ ที่มีส่วนผสมของ เบอร์รี่ และ ลีฟลี่ กรีน พร้อมผสานความอบอุ่น เซ็กซี่ จากดอกพีโอนี่

      ถ้าคุณสาว ๆ อยากเปลี่ยนสไตล์ตัวเองให้เป็นไปตาม 3 บุคลิกนี้ สามารถทำได้นะคะ เพราะจะทำให้คุณสามารถเผยตัวตนหรือบุคลิกที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน และก็สร้างความโดดเด่นให้กับตัวคุณเองอีกด้วย
















ที่มา...ขวัญเรือน